การถ่าย Time-lapse คือการเปลี่ยน "เวลา" ให้กลายเป็น "ภาพเคลื่อนไหว"
การถ่าย Time-lapse คือการเปลี่ยน "เวลา" ให้กลายเป็น "ภาพเคลื่อนไหว" โดยการบันทึกภาพนิ่งเป็นระยะ ๆ แล้วนำมาเรียงต่อกัน ซึ่งเทคนิคและวิธีการถ่ายนั้นมีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ต้องการครับ
โดยหลัก ๆ สามารถแบ่งออกเป็น 4 วิธีใหญ่ ดังนี้ครับ
เป็นวิธีพื้นฐานที่สุด คือการตั้งกล้องไว้บนขาตั้งนิ่ง ๆ (Tripod) แล้วถ่ายภาพต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาที่กำหนด
เทคนิคที่ใช้: การตั้งค่า Interval (ระยะห่างระหว่างช็อต) เช่น ทุก ๆ 5 วินาที เพื่อถ่ายก้อนเมฆ หรือทุก ๆ 30 วินาที เพื่อถ่ายการก่อสร้าง
เหมาะสำหรับ: วิวทิวทัศน์, การเคลื่อนที่ของดวงดาว, หรือโปรเจกต์งานก่อสร้างระยะยาว
เทคนิคนี้จะต่างจากแบบแรกตรงที่ "กล้องมีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับเวลา" โดยช่างภาพจะขยับขาตั้งกล้องไปทีละนิดในทุก ๆ ช็อตที่ถ่าย
เทคนิคที่ใช้: ต้องหาจุดโฟกัสคงที่ (Fixed Point) ในภาพไว้หนึ่งจุดเสมอ เพื่อให้ภาพที่ออกมาดูสมูท ไม่สั่นไหวจนเกินไป
เหมาะสำหรับ: การเดินผ่านเมือง, การวนรอบอาคาร, หรือการเดินทางตามถนน
เป็นการใช้เครื่องมือเสริมอย่าง Motorized Slider หรือ Pan-Tilt Head เพื่อควบคุมการเคลื่อนกล้องให้แม่นยำและนุ่มนวลกว่าการใช้มือในแบบ Hyper-lapse
เทคนิคที่ใช้: ตั้งโปรแกรมให้รางสไลด์ขยับไปทีละมิลลิเมตรพร้อมกับการลั่นชัตเตอร์ ทำให้ได้มุมกล้องที่ดูอลังการและมีความเป็น Cinematic สูง
เหมาะสำหรับ: งานโฆษณา, สารคดีธรรมชาติที่ต้องการความเนียนตา
เป็นเทคนิคที่ปราบเซียนที่สุด คือการถ่ายในช่วงที่แสงเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เช่น จาก "กลางวันไปกลางคืน" (Day-to-Night) หรือในทางกลับกัน
เทคนิคที่ใช้: ต้องมีการปรับค่า Exposure (ISO, Shutter Speed, หรือ Aperture) ระหว่างการถ่ายเพื่อประคองความสว่างของภาพให้คงที่ มักใช้โปรแกรมช่วยในการเกลี่ยแสง (Deflicker) ในขั้นตอนตัดต่อ
เหมาะสำหรับ: การถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดิน